| โครงการอ่านหนังสือให้ลูกฟัง (อนุบาล) |
| วัตถุประสงค์ของโครงการ |
|
กิจกรรมในโครงการอ่านหนังสือให้ลูกฟัง |
กิจกรรมในโครงการอ่านหนังสือให้ลูกฟังนั้นเป็นกิจกรรมที่เน้นการเรียนรู้แบบร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครอง ซึ่งรายละเอียดกิจกรรมนั้นจะประกอบไปด้วย การอบรมให้คำแนะนำการอ่านหนังสือให้ลูกฟัง, การให้บริการยืม-คืน หนังสือในห้องสมุดอนุบาล, การเข้าร่วม กิจกรรมหนูน้อยเล่าเรื่องโดยการนำเสนอเรื่องราวนิทานร่วมกับผู้ปกครองใน งานวันวิชาการ เป็นต้น ผู้ปกครองที่เข้าร่วมตลอดโครงการจะได้รับ ประกาศนียบัตรด้านการส่งเสริมพัฒนาการบุตรหลาน จากทางโรงเรียน |
| ระเบียบการยืม - คืนหนังสือนิทานในห้องสมุดอนุบาล |
2 ช่วงเวลา คือ ในเวลา 7.30 - 8.00 น. และ 15.30 - 17.00 น.
จำนวนเงิน 5 บาท |
| ประโยชน์ที่ผู้ปกครองและนักเรียนจะได้รับ |
ความพร้อมทางด้านการเรียนรู้ของสมองเด็ก
|
| ความคิดเห็นของผู้ปกครองต่อโครงการอ่านหนังสือให้ลูกฟัง |
"เนื่องจากเป็นผู้หนึ่งที่ทำงานเกี่ยวกับพัฒนาการของเด็กปฐมวัย จึงทราบความสำคัญของการเล่านิทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นการเล่านิทานโดยประกอบด้วยพ่อแม่และตัวเด็กเองจะสามารถส่งเสริมความสัมพันธ์ของ ครอบครัว รวมถึงพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ และสมองของตัวเด็กเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเล่านิทานในรูปแบบใดก็ตาม ก็จะเกิดผลโดยตรงต่อตัวเด็กเองทั้งสิ้นจึงเห็นด้วยกับการจัดโครงการนี้เป็นอย่างยิ่ง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีีโครงการที่ดีและทั่วถึงต่อเด็กทุกคนอย่างนี้ต่อไปแม้ว่าตัวเด็กอาจจะยังไม่มี การกล้าแสดงออกที่เหมาะสมแต่หากมีการเริ่มต้นนั่นหมายถึงเป็นการสร้างทัศนคติที่ดีต่อการอ่านและส่งเสริมสภาพ จิตใจเด็กได้แล้วนั่นเอง"
"โดยรวมแล้วถือว่าดีค่ะเพราะว่าการมีนโยบายเล่านิทานให้ลูกฟังนั้นทำให้เด็กสนใจและรักในการอ่านทำให้เด็กจดจำ ในเนื้อเรื่องได้ดี อย่างน้องมะปราง นิทานทุกเรื่องที่อ่านให้ฟังจะอ่านเพียงครั้งเดียวแล้วเขาจะจดจำบทและตัวละครได้ ้หมด และสามารถเล่าให้คนอื่นฟังได้ ทำให้เขามีความกระตือรือร้นที่จะหาหนังสือมาให้คุณแม่อ่านให้ฟัง และตั้งใจ ฟังเป็นอย่างดี อยากจะสนับสนุนโครงการให้มีต่อๆไปและอยากจะให้เด็กๆได้มีความรู้จากการอ่านและ เล่านิทานเพราะบางครั้งเด็กไม่สามารถอ่านออกแต่เขาสามารถใช้จินตนาการตามภาพได้อย่างคล่องแคล่วและชัดเจน ขอขอบคุณที่มีโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อทำให้เด็กได้มีโอกาสศึกษาหาความรู้ตั้งแต่เด็กๆ ค่ะ"
"การเล่านิทานให้ลูกฟังไม่จำเป็นต้องเป็นเวลาที่เด็กเข้านอน แต่เป็นเวลาไหนก็ได้ที่ว่างสามารถเล่าได้ตลอด แต่ มดแดงชอบให้เล่าก่อนนอนทุกวัน วันไหนไม่เล่าให้ฟังก็จะมีอาการงอนเล็กน้อย จริงๆการเล่านิทานเป็นการเปิดโลกจินตนาการของเด็กให้กว้างขึ้นและช่วงวัยของลูกตอนนี้สมองกำลังพัฒนาในด้านต่างๆ ดีที่สุด ดังนั้นควรหานิทานที่เหมาะสม และ สอดแทรกเรื่องคุณธรรมจริยธรรมได้ก็ดี ด้านทักษะการพูดหรือการใช้ภาษาแม่ไม่ควรเป็นฝ่ายเล่าฝ่ายเดียว ควรให้ลูกได้เล่าบ้างเพื่อเป็นการฝึกการพูด การใช้ภาษา และ ความกล้าแสดงออก แต่สำหรับมดแดงแม้ในขณะที่พัฒนาอยู่นี้ การได้เข้าร่วมโครงการถือว่าได้ประโยชน์กับลูกมากเพราะเป็นกิจกรรมที่ต้องทำร่วมกันทุกวัน ดังนั้นคุณแม่จึงมีเวลาให้ลูกมากขึ้น และลูกก็ได้เสริมทักษะในด้านสมองทุกวันซึ่งเป็นสิ่งที่ดีสำหรับครอบครัวเรา ต้องขอขอบคุณโรงเรียนและคุณครูที่จัดทำโครงการดีๆ แบบนี้ขึ้นค่ะ"
"ดีใจและภูมิใจที่ได้เล่านิทานร่วมกับหลานค่ะ
"รู้สึกประทับใจสำหรับกิจกรรมที่โรงเรียนจัดขึ้น ทำให้ผู้ปกครองได้มีส่วนร่วมกับทางโรงเรียน โดยเฉพาะตัว คุณแม่่เองที่ไปโรงเรียนไม่บ่อยครั้งนัก แต่สำหรับวันพิเศษที่ทางโรงเรียนจัดกิจกรรมอ่านหนังสือให้ลูกฟัง คุณแม่ ยินดีที่จะให้้ความร่วมมือกับทางโรงเรียนค่ะ อยากให้โรงเรียนจัดกิจกรรมแบบนี้ขึ้นอีก รู้สึกดี และภูมิใจที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกับลูกค่ะ"
|

