main banner
f โครงการอ่านหนังสือให้ลูกฟัง (อนุบาล)

วัตถุประสงค์ของโครงการ

เพื่อส่งเสริมให้เด็กรักการอ่านและมีทัศนคติที่ดีต่อการอ่าน

เพื่อส่งเสริมให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์สามารถถ่ายทอดเนื้อหาและเรื่องราวที่รับฟังได้

เพื่อส่งเสริมความมั่นใจในตัวเอง กล้าแสดงออก

 

กิจกรรมในโครงการอ่านหนังสือให้ลูกฟัง

    กิจกรรมในโครงการอ่านหนังสือให้ลูกฟังนั้นเป็นกิจกรรมที่เน้นการเรียนรู้แบบร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครอง

ซึ่งรายละเอียดกิจกรรมนั้นจะประกอบไปด้วย การอบรมให้คำแนะนำการอ่านหนังสือให้ลูกฟัง, การให้บริการยืม-คืน

หนังสือในห้องสมุดอนุบาล, การเข้าร่วม กิจกรรมหนูน้อยเล่าเรื่องโดยการนำเสนอเรื่องราวนิทานร่วมกับผู้ปกครองใน

งานวันวิชาการ เป็นต้น ผู้ปกครองที่เข้าร่วมตลอดโครงการจะได้รับ ประกาศนียบัตรด้านการส่งเสริมพัฒนาการบุตรหลาน

จากทางโรงเรียน

ระเบียบการยืม - คืนหนังสือนิทานในห้องสมุดอนุบาล

การยืม - คืนตามระเบียบห้องสมุดอนุบาล คือ สามารถยืม-คืน ตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์ กับคุณครูที่ยืนเวรประจำวันได้

      2 ช่วงเวลา คือ ในเวลา 7.30 - 8.00 น. และ 15.30 - 17.00 น.

การยืมได้นาน 7 วันและมีหนังสือในครอบครองได้ไม่เกิน 3 เล่ม

เขียนชื่อในบัตรยืมให้ชัดเจนและอ่านง่าย

มีการฝากส่งได้แต่ฝากยืมไม่ได้

ส่งตามกำหนดเวลาคืนหนังสือ

บัตรหายแจ้งที่ห้องสมุดอนุบาล

หมายเหตุ ในกรณีระหว่างการยืม การคืนหนังสือเกิดการสูญหายหรือชำรุดผู้ปกครองจะต้องเสียค่าปรับเป็น

จำนวนเงิน 5 บาท

ประโยชน์ที่ผู้ปกครองและนักเรียนจะได้รับ

ผู้ปกครองได้ส่งเสริมกิจกรรมที่ทำร่วมกัน สร้างความใกล้ชิดผูกพันระหว่างพ่อแม่ลูก

ผู้ปกครองได้ส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาของเด็กระหว่างบ้านและโรงเรียน

เพื่อส่งเสริมให้เด็กรักการอ่านและมีทัศนคติที่ดีต่อการอ่านหนังสือซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาและเตรียม

      ความพร้อมทางด้านการเรียนรู้ของสมองเด็ก

เด็กได้รับการส่งเสริมจินตนาการในเรื่องที่ฟังเกิดความสนุกสนานและมีอารมณ์ร่าเริงแจ่มใส

 

ความคิดเห็นของผู้ปกครองต่อโครงการอ่านหนังสือให้ลูกฟัง

ความคิดเห็นของคุณพชรพร (ผู้ปกครองของน้องกานติมา กำปั่นทอง)

   

  "เนื่องจากเป็นผู้หนึ่งที่ทำงานเกี่ยวกับพัฒนาการของเด็กปฐมวัย จึงทราบความสำคัญของการเล่านิทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นการเล่านิทานโดยประกอบด้วยพ่อแม่และตัวเด็กเองจะสามารถส่งเสริมความสัมพันธ์ของ

ครอบครัว รวมถึงพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ และสมองของตัวเด็กเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเล่านิทานในรูปแบบใดก็ตาม

ก็จะเกิดผลโดยตรงต่อตัวเด็กเองทั้งสิ้นจึงเห็นด้วยกับการจัดโครงการนี้เป็นอย่างยิ่ง

และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีีโครงการที่ดีและทั่วถึงต่อเด็กทุกคนอย่างนี้ต่อไปแม้ว่าตัวเด็กอาจจะยังไม่มี

การกล้าแสดงออกที่เหมาะสมแต่หากมีการเริ่มต้นนั่นหมายถึงเป็นการสร้างทัศนคติที่ดีต่อการอ่านและส่งเสริมสภาพ

จิตใจเด็กได้แล้วนั่นเอง"

ความคิดเห็นของคุณเกษร ภูฆัง (ผู้ปกครองของน้องณัฏฐณิชา เจนสิริเมธา)

   

  "โดยรวมแล้วถือว่าดีค่ะเพราะว่าการมีนโยบายเล่านิทานให้ลูกฟังนั้นทำให้เด็กสนใจและรักในการอ่านทำให้เด็กจดจำ

ในเนื้อเรื่องได้ดี อย่างน้องมะปราง นิทานทุกเรื่องที่อ่านให้ฟังจะอ่านเพียงครั้งเดียวแล้วเขาจะจดจำบทและตัวละครได้

้หมด และสามารถเล่าให้คนอื่นฟังได้ ทำให้เขามีความกระตือรือร้นที่จะหาหนังสือมาให้คุณแม่อ่านให้ฟัง และตั้งใจ

ฟังเป็นอย่างดี อยากจะสนับสนุนโครงการให้มีต่อๆไปและอยากจะให้เด็กๆได้มีความรู้จากการอ่านและ เล่านิทานเพราะบางครั้งเด็กไม่สามารถอ่านออกแต่เขาสามารถใช้จินตนาการตามภาพได้อย่างคล่องแคล่วและชัดเจน  ขอขอบคุณที่มีโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อทำให้เด็กได้มีโอกาสศึกษาหาความรู้ตั้งแต่เด็กๆ ค่ะ"

 

ความคิดเห็นของคุณเสาวนีย์ บำรุงศรี (ผู้ปกครองของน้องญาณภัทร บำรุงศรี)

 

   "การเล่านิทานให้ลูกฟังไม่จำเป็นต้องเป็นเวลาที่เด็กเข้านอน แต่เป็นเวลาไหนก็ได้ที่ว่างสามารถเล่าได้ตลอด แต่

มดแดงชอบให้เล่าก่อนนอนทุกวัน วันไหนไม่เล่าให้ฟังก็จะมีอาการงอนเล็กน้อย จริงๆการเล่านิทานเป็นการเปิดโลกจินตนาการของเด็กให้กว้างขึ้นและช่วงวัยของลูกตอนนี้สมองกำลังพัฒนาในด้านต่างๆ

ดีที่สุด ดังนั้นควรหานิทานที่เหมาะสม และ สอดแทรกเรื่องคุณธรรมจริยธรรมได้ก็ดี ด้านทักษะการพูดหรือการใช้ภาษาแม่ไม่ควรเป็นฝ่ายเล่าฝ่ายเดียว ควรให้ลูกได้เล่าบ้างเพื่อเป็นการฝึกการพูด การใช้ภาษา และ ความกล้าแสดงออก แต่สำหรับมดแดงแม้ในขณะที่พัฒนาอยู่นี้ การได้เข้าร่วมโครงการถือว่าได้ประโยชน์กับลูกมากเพราะเป็นกิจกรรมที่ต้องทำร่วมกันทุกวัน ดังนั้นคุณแม่จึงมีเวลาให้ลูกมากขึ้น และลูกก็ได้เสริมทักษะในด้านสมองทุกวันซึ่งเป็นสิ่งที่ดีสำหรับครอบครัวเรา ต้องขอขอบคุณโรงเรียนและคุณครูที่จัดทำโครงการดีๆ แบบนี้ขึ้นค่ะ"

 

ความคิดเห็นของคุณอำนวย รวงผึ้ง (ผู้ปกครองของน้องฉลองขวัญ กนกวงศ์เสถียร)

 

     "ดีใจและภูมิใจที่ได้เล่านิทานร่วมกับหลานค่ะ

ความคิดเห็นของคุณสมจินตนา ห่านหริรักษ์ (ผู้ปกครองของน้องภะคินี ห่านหริรักษ์)

 

     "รู้สึกประทับใจสำหรับกิจกรรมที่โรงเรียนจัดขึ้น ทำให้ผู้ปกครองได้มีส่วนร่วมกับทางโรงเรียน โดยเฉพาะตัว

คุณแม่่เองที่ไปโรงเรียนไม่บ่อยครั้งนัก แต่สำหรับวันพิเศษที่ทางโรงเรียนจัดกิจกรรมอ่านหนังสือให้ลูกฟัง คุณแม่ ยินดีที่จะให้้ความร่วมมือกับทางโรงเรียนค่ะ อยากให้โรงเรียนจัดกิจกรรมแบบนี้ขึ้นอีก รู้สึกดี และภูมิใจที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกับลูกค่ะ"